วิธีการเลือกวัสดุในการทำรั้วให้เหมาะสมกับบ้าน

รั้ว

ถ้าจะพูดถึงรั้วบ้านแล้วว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้บ้านของเราดูสวยงามและดูมีชีวิตชีวาเพิ่มมากขึ้น แล้วยังสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากสิ่งอันตรายต่าง ๆในบริเวณนอกบ้านได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะในเรื่องของการกันขโมยหรือเพื่อเป็นการป้องกันผู้อื่นมาบุกรุกเข้ามาในบ้าน แถมยังเป็นการสร้างบริเวณพื้นที่แบบปิดล้อมเพื่อเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย และยังทำให้ตัวบ้านมีความสวยงามและน่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย

ชนิดของวัสดุที่นำมาทำรั้วบ้าน

1. วัสดุไม้

เนื่องจากไม้เป็นวัสดุชนิดแรกที่คนส่วนใหญ่มักจะนำมาทำรั้วบ้านกันมากที่สุด เพราะไม้มีความโดดเด่นและมีความสวยงามในแบบเฉพาะตัว สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป และไม้เป็นวัสดุที่สามารถขนย้ายได้ง่ายและมีน้ำหนักเบา

โดยเราอาจจะนำไม้ระแนงหรือไม้เทียมมาตัดแต่งให้มีขนาดตามที่เราต้องการจากนั้นก็นำมาเชื่อมต่อด้วยตะปูและทาสีทับด้วยสีน้ำมันหรือสีน้ำอะคริลิกกึ่งเงา

2.เหล็ก

เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุที่มีแข็งแรงและทนทาน สามารถดูแลรักษาได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถนำมาดัดและตกแต่งให้มีรูปแบบต่าง ๆ ได้ตามต้องการ แถมเหล็กยังสามารถนำมาทำกำแพงบ้านให้ออกมาสวยงามในสไตล์แบบ Loft Style ที่จะทำให้บ้านของคุณดูเท่และดูดุดันในแบบไม่เหมือนใครอีกด้วย

3.คอนกรีต

ถือว่าเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานและมีความแน่นหนามากที่สุด ซึ่งชนิดของคอนกรีตที่มีความแข็งแรงและทนแดดทนฝนมากที่สุด ก็คือ คอนกรีตหล่อสำเร็จ คอนกรีตบล็อกที่มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์เป็นหลัก และคอนกรีตเสริมเหล็ก แถมคอนกรีตยังจัดว่าเป็นวัสดุที่สามารถรับแรงอัดและแรงกระแทกต่าง ๆ ได้สูงสุด 300 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร

จึงทำให้คอนกรีตเหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุดและยังสามารถช่วยป้องกันสิ่งอันตรายรอบ ๆ บ้านได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

4.อิฐ

เนื่องจากอิฐเป็นวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายและมีราคาถูก สามารถ DIY และเพิ่มลูกเล่นให้กับกำแพงบ้านให้มีความสวยงามในแบบที่เราต้องการ แถมอิฐบล็อกยังถือว่าเป็นวัสดุที่ไม่ต้องดูแลรักษาอะไรมากนัก และเรายังสามารถตกแต่งด้วยการทาสีเพิ่มเพิ่มความสวยงามได้อีกด้วย

5.การตกแต่งด้วยต้นไม้แบบพุ่มและไม้ประดับ

เรียกได้ว่าเป็นไอเดียการตกแต่งบ้านในแบบสไตล์ของคนรักธรรมชาติเลยก็ว่าได้ โดยเรานำต้นไม้แบบพุ่มเตี้ย หรือต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นพุ่มสูง

มาใช้ในการปลูกบริเวณรอบนอกของบ้าน และมีการจัดวางต้นไม้ขนาดเล็ก ๆ เรียงติดกันให้เป็นแถวเป็นแนว ก็ช่วยทำให้บริเวณรอบ ๆ บ้านของเราดูร่มรื่นมากขึ้นและยังเป็นการช่วยเพิ่มออกซิเจนภายในบ้านได้อีกด้วย

การตกแต่งบ้านนั้นถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้บ้านของเรานั้นน่าอยู่มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้รั้วบ้านอยู่กับเราได้นานแสนนานนั้นก็คือการดูแลรักษาและมีการหมั่นตรวจสอบความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เราสามารถดูแลและแก้ไขในจุดบกพร่องของบ้านได้อย่างทันท่วงที

เลือกพรมปูพื้นสวยๆ ยังไงไม่ให้เฟล ใช้งานในบ้านได้จริง

พรมปูพื้น

รู้ไหม…ทำไมบ้านควรมีพรมปูพื้น นั่นเพราะพรมทำให้บ้านดูสวยและมีสไตล์มากยิ่งขึ้นอีกทั้งได้ใช้ประโยชน์ด้วย การปูพรมจะทำให้พื้นดูดี ไม่ทำให้บ้านให้ดูโล่งจนเกินไป แค่มีพื้นที่วางพรมไว้สักหน่อยบ้านก็จะดูสวยงามไม่แพ้บ้านตัวอย่างที่มักเห็นตามป้ายโฆษณาหรือหน้าจอทีวีแล้วล่ะ

ประโยชน์ของการปูพรม

ช่วยเปลี่ยนห้องธรรมดาให้ดูสวยงามมีรสนิยมมากขึ้น ทำให้บ้านดูผ่อนคลาย บรรยากาศดูอ่อนโยน น่าอยู่อาศัย ช่วยเพิ่มควรสดใส หรือเพิ่มความหรูหรา ตามแบบพรมที่นำมาจัดแต่งห้อง ช่วยรักษาอุณหภูมิของห้อง ป้องกันการลื่นล้ม

ให้สัมผัสอ่อนนุ่มกับเท้าด้วยอีกทั้งยังมีประโยชน์ในการดูดซับเสียง เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความเงียบสงบอย่างห้องทำงานหรือห้องโฮมเธียเตอร์ 

แต่การจะเลือกพรมให้กับบ้านของคุณนั้นจะต้องดูจากอะไรบ้าง

พื้นที่ของห้องและการใช้งาน

ต้องกำหนดเอาไว้ก่อนว่าห้องแบบไหนที่เราเลือกพรมจะเอาไปปู กำหนดขนาดและประเภทที่เหมาะสมกับห้องนั้น ๆ ด้วย จะได้ไม่เป็นการตกแต่งที่รู้สึกว่าขัดแย้งกันเกินไป

พรมสำหรับห้องรับแขกหรือห้องนั้นเล่น

ส่วนใหญ่ห้องนี้เรามักจะวางโซฟาสำหรับนั่งเล่นหรือรับแขกเอาไว้อยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะปูพรมในห้องนี้ก็ให้วัดง่าย ๆ จากขนาดของโซฟาได้เลย ที่ควรเลือกมี 2 แบบคือ พรมที่มีขนาดเกินชุดโซฟาออกมาเล็กน้อย ก็จะให้ความสวยงามที่พอดี กับแบบที่เล็กกว่าโซฟาโดยรวมสักหน่อย

เน้นใช้พื้นที่ตรงกลางได้ก็เพียงพอแล้ว ชนิดของพรมที่ใช้ควรเป็นแบบขนสั้นหรือว่าผิวเรียบเพื่อที่จะได้ทำความสะอาดง่าย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เรามีการใช้งานบ่อยจึงไม่ควรที่จะใช้พรมที่มีขนยาวซึ่งอาจจะดักจับฝุ่นได้ง่าย จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย

พรมปูพื้นสำหรับห้องอาหาร

ให้วัดจากพื้นที่การใช้งานของโต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหารให้มีความพอดีต่อความยาว ให้สามารถวางเก้าอี้แล้วไม่เลยพื้นที่ของพรมออกมา ดังนั้นจึงควรเลือกพรมที่มีขนาดพอดีหรือกว้างกว่าเล็กน้อย ไม่ควรเลือกแบบที่เล็กกว่า เพราะจะดูไม่สวยและน่าอึดอัด ชนิดของพรมที่ใช้ควรจะเป็นผิวเรียบหรือเป็นแบบขนสั้นที่สามารถทำความสะอาดและดูดฝุ่นได้ง่าย

พรมสำหรับห้องนอน

พรมที่ใช้สำหรับห้องนอนนั้นมัก จะเป็นพรมที่มีขนาดใหญ่ การเลือกซื้อพรมสำหรับมาปูก็ควรมีขนาดใหญ่เลยเตียงออกมาพอสมควร เน้นพื้นที่ด้านซ้ายและขวาของเตียงมากกว่าด้านปลายเตียงสักหน่อย จะเว้นที่ว่างไม่วางพรมส่วนหัวเตียงก็ได้ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรใช้พรมที่มีขนาดเล็กไป ไม่มีความพอดี ลักษณะของพรมที่เลือกมาควรมีหนานุ่มขยฟูแน่นเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายสบายเท้าเวลาที่เดิน

การเลือกสี

สีของพรมจะช่วยในห้องไปตามสีที่คุณเลือกมาซึ่งขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและทนของห้องที่คุณตกแต่งนั่นเอง

  • พรมสีอ่อน

จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างสบายตาและกว้างขวางขึ้น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ไม่เหมาะกับห้องที่ต้องเจอฝุ่นเยอะ เพราะจะเป็นคราบและสกปรกได้ง่าย

  • สีกลางๆ

เป็นสีที่ตกแต่งได้ง่ายไม่โดดเด่นเกินส่วนอื่นของห้องมากเกินไป ให้ความรู้สึกที่กลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ของห้องได้ไม่ยาก

  • สีเข้ม

ถ้าห้องนั้นดูสว่างมากเกินไป การใช้พรมสีเข้มก็จะเพิ่มน้ำหนักของห้องให้ดูสวยหรู เป็นผู้ใหญ่ เป็นทางการ อีกทั้งยังดีการซ่อนรอยสกปรก และคราบต่างๆ ได้ ทำให้ใช้งานได้อย่างสบายใจกว่าพรมสีอ่อนๆ

เพียงเท่านี้ก็คงทำให้การเลือกซื้อพรมปูพื้นของคุณชัดเจน มีแนวทางในการเลือกใช้ได้มากขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะ แถมยังช่วยเพิ่มความน่าอยู่ เพิ่มความหรูหราไปในตัว นำวิธีข้างต้นไปใช้เลือกพรมใหม่ได้ไม่ต้องกลัวเฟล

ขนาดที่จอดรถออกแบบอย่างไรให้เหมาะกับตัวบ้าน

ขนาดที่จอดรถ

ถ้าจะพูดถึงโรงจอดรถแล้วคือพื้นที่ส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับใครหลายคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวเลยก็ว่าได้ โดยหน้าที่หลัก ๆ ของโรงจอดรถก็จะมีหน้าที่บังแดดและบังฝนไม่ให้รถยนต์เกิดการเสื่อมสภาพจนสีหลุดลอก เพราะฉะนั้นการออกแบบและการวางแผนสร้างโรงจอดรถสักหลังถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก

โดยเฉพาะขนาดที่จอดรถจะต้องมีการออกแบบขนาดของความกว้างและความยาวในแบบที่มีมาตรฐานและพอดีกับขนาดรถยนต์ของเราเพื่อที่เราจะได้สามารถนำรถยนต์คู่ใจของเราเข้าไปจอดได้อย่างสบาย ๆ โดยที่ไม่ปัญหาเกิดขึ้นที่เราจะต้องมาทำการรื้อถอนและแก้ไขในภายหลัง

1.การคำนวณขนาดกว้างและความยาวให้มีขนาดที่ถูกต้อง

การที่เราคิดจะสร้างโรงจอดรถสักหลังนั้นในส่วนของขนาดที่จอดรถจะต้องมีสัดส่วนที่พอดีกับรถยนต์ของเรา โดยขนาดความกว้างที่มีความเหมาะสมก็อยู่ที่ประมาณ 3.0×6.0 เมตร ซึ่งโรงจอดรถขนาดประมาณนี้เราจะมีการสร้างเผื่อไว้สำหรับการเข้าจอดได้อย่างสะดวกและเผื่อพื้นที่สำหรับการเปิดปิดประตูและรถยนต์อีกด้วย

2.พื้นโรงจอดรถต้องมีความแข็งแรง

ซึ่งพื้นโรงจอดรถถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดเลยทีเดียว เพราะพื้นโรงจอดรถจะต้องมีการรองรับน้ำหนักของรถยนต์ โดยน้ำหนักของรถยนต์ ต่อ 1 คันจะหนักประมาณ 1 ตัน ซึ่งถ้าเรามีการสร้างพื้นโรงจอดได้ไม่ดีใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพก็จะทำให้พื้นบริเวณโรงจอดรถเกิดการทรุดตัวจนทำให้เกิดความเสียหายต่อรถยนต์ของเราได้

3.ตำแหน่งที่จะทำการสร้างโรงจอดรถ

โดยการสร้างโรงจอดรถเราควรคำนึงถึงความสะดวกในเรื่องของการใช้สอยด้วย ดังนั้นตำแหน่งในการสร้างโรงจอดรถที่มีความเหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งานเราควรสร้างให้ใกล้กับประตูที่เป็นทางเข้าของบ้าน

อีกทั้งเราควรมีการต่อเติมหลังคาให้มีการยื่นออกมาจากตัวบ้านเล็กน้อยเพื่อจะได้สามารถช่วยบังลมและบังแดดเพื่อไม่ให้สีรถยนต์ของเราเกิดการเสื่อมสภาพ

4.วัสดุที่ใช้ปูพื้น

ซึ่งขั้นตอนในการสร้างพื้นโรงจอดรถเราควรมีการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพและมาจากแหล่งที่มีความเชื่อถือได้ ซึ่งวัสดุที่มีความเหมาะสมในการสร้างพื้นโรงจอดรถก็คือ คอนกรีตพิมพ์ลาย และแผ่นกระเบื้องเซรามิก

เพราะวัสดุจำพวกนี้มีความคงทนและแข็งแรงสามารถรองรับน้ำหนักต่าง ๆ ได้ดี และที่สำคัญยังสามารถหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย

5.วัสดุที่ใช้สร้างหลังคา

ซึ่งการเลือกวัสดุที่ใช้ทำหลังคาจะต้องเป็นวัสดุที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยในการกันแดดและกันฝนได้เป็นอย่างดี ซึ่งวัสดุที่เหมาะสำหรับนำมาทำหลังคาโรงรถก็คือ หลังคาไฟเบอร์กลาส หลังคาแบบระแนง และหลังคาเมทัลชีท โดยวัสดุจำพวกนี้จะมีความแข็งแรงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

เรียกได้ว่าการสร้างโรงจอดรถขึ้นมาสักหลังนั้นเราต้องมีการเลือกวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพและจะต้องเป็นวัสดุที่มาจากแหล่งเชื่อถือได้ อีกทั้งการออกแบบขนาดที่จอดรถเราก็ต้องควรคำนึงถึงการใช้งานและมีความกว้างที่เหมาะสมกับรถยนต์ของเรา

เพื่อที่เมื่อทำการสร้างโรงจอดรถออกมาแล้วจะได้มีขนาดที่ถูกต้องและมีความคงทนที่จะสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานโดยที่ไม่ต้องมีการมาแก้ไขหรือรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่ในภายหลังอีกด้วย

สิ่งที่ควรคำนึงเมื่อจะทำการต่อเติมโรงรถออกจากตัวบ้าน

โรงรถ

ไม่ใช่เรื่องยากหากจะต่อเติมโรงรถสักแห่ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีสิ่งมากมายที่ต้องคำนึง เพราะโรงรถนอกจากความสวยแล้ว ความแข็งแรงและประโยชน์ใช้สอยเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้

หากต่อเติมแล้วไม่ตรงตามที่คาดการณ์ไว้งบประมาณก็ต้องบานปลายไปกับการซ่อมแซม เพื่อควบคุมงบประมาณ และได้งานตรงตามความต้องการก่อนทำการต่อเติมโรงจอดรถควรคำนึงถึง 4 สิ่งต่อไปนี้

1.การวางแผนโครงสร้างก่อนการต่อเติม

ก่อนจะทำสิ่งใดต้องมีการวางแผน ก่อนการทำต่อเติมควรมีการวางออกแบบโครงสร้างให้มีความแข็งแรงและมีมาตรฐานเพื่อที่จะได้เกิดข้อผิดพลาดในระหว่างทำการต่อเติมรวมถึงการคาดการณ์เรื่องงบประมาณได้อย่างเหมาะสม

2.พื้นที่ใช้สอยจริง

รถที่จะใช้จอดเป็นรถรุ่นใด ขนาดของคัน จำนวนคัน ต้องมีการคำนวณพื้นที่ให้มีขนาดใหญ่กว่ารถ ที่นิยมทั่วไปสำหรับจอดรถแค่คันเดียวคือ 2.8 X 5 เมตร สำหรับรถ 2 คันควรมีขนาดไม่ต่ำกว่า 5 x 5.5 เมตร

ต้องคิดเผื่อตอนเปิดประตู ตอนเข้าออก หากพอดีกับตัวรถจนเกินไป จะทำให้โรงจอดรถของดูเราคับแคบในเวลาที่เอารถเข้าจอด ซ้ำร้ายอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในขณะที่นำรถเข้าจอดภายในโรงจอดรถอีกด้วย

3.การเลือกใช้วัสดุหลังคาที่มีคุณภาพ

วัสดุที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ย่อมการันตีถึงคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งาน โดยเฉพาะหลังคานอกจากประสิทธิภาพในการกันแดดและกันฝน

ต้องคำนึงถึงน้ำหนัก การระบายอากาศ โครงสร้างก็เช่นกันควรเลือกซื้อจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการรับรองมาตรฐานหรือไม่ สินค้ามาตรฐานแม้มีมูลค่าที่สูงกว่าแต่มั่นใจในคุณภาพ

4.อุปกรณ์ที่จะทำโครงสร้างหลัก

โดยเฉพาะในส่วนของเสาหลักที่จะต้องรองรับน้ำหนักของโครงหลังคา ต้องมีการคำนวณการรับน้ำหนัก ป้องกันการเกิดการทรุดตัวหลังจากที่ต่อเติมโครงสร้างต่าง ๆ เสร็จในภายหลัง หากพื้นที่โรงรถที่จะทำมีจำกัด อาจเลือกใช้เสาเหล็กแทนเสาปูน เพื่อประหยัดพื้นที่อีกทั้งสามารถรองรับน้ำหนักได้มาก

5. เลือกผู้รับเหมาที่มีความรับผิดชอบ

เลือกจ้างผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์โดยพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา และเหนือสิ่งอื่นใดผู้รับเหมาเองควรมีความรับผิดชอบไม่ทิ้งงานกลางคันจนสร้างความเสียหายให้กับผู้จ้าง เพราะสิ่งนี้จะทำให้งบประมาณบานปลายเกินกว่าที่คาดการณ์เอาไว้และต้องเสียเวลาในการหาว่าจ้างผู้รับเหมาคนใหม่

ในกรณีที่ต้องการต่อเติมโรงรถโดยยึดโยงกับโครงสร้างหลักของตัวบ้าน ต้องมั่นใจว่าโครงสร้างหลักของตัวบ้านนั้นแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักเพิ่มแล้ว เมื่อการต่อเติมโรงรถแล้วจะไม่ทำให้สถาปัตยกรรมของตัวบ้านเกิดการสูญเสียความงดงาม ไม่บดบังแสงสว่างและลมที่จะส่งเข้าสู่ตัวบ้าน และไม่สุมความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านจนเกินไป

6 ต้นไม้มงคลรวยทรัพย์ ปลูกแล้วชีวิตเจริญรุ่งเรือง

ยางอินเดีย

ต้นไม้มงคลรวยทรัพย์ บ่งบอกถึงต้นไม้ที่ปลูกแล้วรวย มั่งคั่ง เงินไหลมาเทมาไม่หยุดหย่อน ต้นไม้ที่ปลูกแล้วจะมีสิ่งดี ๆ เข้ามาในบ้าน ไม้มงคลมีมากมายหลายชนิดซึ่งความเชื่อของไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณหากบ้านใดปลูกก็จะมีโชคมีลาภเข้ามาไม่ขาดสาย

นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ที่อาศัยภายในบ้านได้รับความเป็นมงคลในชีวิตตามชื่อ หลายคนอาจจะอยากปลูกแต่เลือกไม่ถูกว่าต้องปลูกต้นใดบ้าง เราจึงรวบรวมต้นไม้มงคลที่หาง่าย ดูแลง่าย ทั้ง 6 ชนิดมาฝากกัน

1.ต้นกวนอิม

เป็นต้นไม้มงคลรวยทรัพย์ชนิดคล้ายกับต้นพลูด่าง มีลำต้นเรียวยาวแข็งแรงมีใบแซมข้างลำต้นคล้ายรูปใบโพธิ์แต่เรียวยาวกว่า

ต้นกวนอิมนั้นแต่เดิมปลูกในประเทศจีนที่นำไปใช้ในการทำพิธีทางศาสนา และได้นำเข้ามายังประเทศไทยจนชาวไทยเชื่อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ปลูกแล้วเงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย ซื้อหวยถูกหวย อีกทั้งชีวิตของคนในบ้านก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

2.ต้นมะยม

เป็นต้นไม้ที่คนไทยนิยมปลูกหน้าบ้านกันมาเป็นเวลานาน มีความเชื่อกันว่า “ปลูกแล้วจะเป็นที่รักใคร่ นิยมชมชอบ” ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนรัก คนชอบ ต้นมะยมนั้นเป็นต้นไม้ปลูกง่ายเมื่อเข้าฤดูร้อนลูกดกเก็บเกี่ยวทานสบาย สามารถปลูกได้ทั้งหน้าบ้านและทุกบริเวณของบ้าน

3.ต้นบานไม่รู้โรย

นับว่าเป็นไม้มงคลอีกชนิดชื่อก็บ่งบอกว่า”บานไม่รู้โรย” เหมาะสำหรับเรื่องของความรักที่ทำให้คนรักครองคู่กันอยู่กันมั่นคง ความรักไม่โรยรา โดยส่วนใหญ่จะพบเห็นดอกบานไม้รู้โรยอยู่ในพานวันไหว้ครูก็มีความเชื่อว่าจะทำให้ศิษย์เคารพเชื่อฟังอบรมว่านอนสอนง่าย

4.ต้นดาวเรือง

ต้นไม้มงคลที่ส่งเสริมด้านทรัพย์ที่แท้จริงเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้จากต้นดาวเรืองมีดอกสีทองอร่ามมีความเชื่อว่าปลูกแล้ว “ส่งเสริมให้ชีวิตก้าวหน้ามีเงินทองไหลมาเทมา รวยทรัพย์ ค้าขายเจริญรุ่งเรือง” สามารถปลูกได้ที่บริเวณหน้าบ้านและรอบบ้านจะช่วยเสริมมงคลในเรื่องของการก้าวหน้าได้อีกเช่นกัน

5.ต้นพญายอ

ไม้มงคลต้นนี้มีความเชื่อกันว่าปลูกแล้วจะทำให้ “ชีวิตราบรื่น มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงโรคภัยไม่ถามหา” เป็นอีกหนึ่งต้นไม้ที่คนไทยปลูกกันมานานหลายสมัย มีลำต้นเป็นสีเขียวเข้มมีดอกสีแดงโดยนิยมปลูกไว้ที่หน้าบ้าน

6.ต้นเข็ม

ต้นเข็มนั้นคนไทยสมัยก่อนรวมถึงสมัยนี้เชื่อกันว่าปลูกแล้วจะทำให้ “สมองปลอดโปร่ง มีปัญญาที่เฉียบแหลม คิดอ่านสิ่งใดก็สมปรารถนา เฉียบขาด” ต้นเข็มมีลำต้นเป็นพุ่มหนาออกดอกตลอดปี ปลูกง่าย นิยมนำไปทำพานไหว้ครู

นี่คือ 6 ต้นไม้มงคลรวยทรัพย์ ที่ควรปลูกไว้ในบ้านอย่างยิ่ง ชื่อไพเราะ เป็นมงคล สามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาวะอากาศ หาง่าย เลี้ยงง่าย นอกจากช่วยให้มีโชค มีลาภแล้วยังทำให้บ้านมีความร่มเย็น ร่มรื่นน่าอยู่อีกด้วย