เจาะกระเบื้อง: เจาะยังไงไม่ให้กระเบื้องแตกร้าว

เจาะกระเบื้อง

การปูกระเบื้องติดผนังห้องครัว ห้องน้ำจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเช็ดคราบสกปรกให้หลุดออกได้ง่ายกว่าผนังปูน แต่ผนังกระเบื้องในห้องครัวและห้องน้ำจำเป็นต้อง “เจาะ” สำหรับใส่สกรูยึดติดชั้นวางของ แต่ปัญหาในการเจาะกระเบื้องด้วยตนเองคือเสี่ยงต่อการแตกร้าว มีรอยบิ่น ฉะนั้นก่อนจะเจาะต้องเลือกดอกสว่านให้เหมาะสม

เจาะด้วยดอกเจาะกระเบื้อง

หากท่านใดมีสว่านและดอกสว่านสำหรับเจาะแผ่นกระเบื้องโดยเฉพาะ สามารถใช้ดอกเจาะที่มีขนาดเดียวกันกับพุกที่ต้องการใส่เข้าไปในรูเจาะ โดยดอกสว่านสำหรับเจาะแผ่นกระเบื้องนี้มีราคาจับต้องได้สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดและร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป

ขั้นตอนการเจาะมีเทคนิคที่ต้องใส่ใจเพิ่มเล็กน้อยคือ ต้องเริ่มต้นเอียงดอกเจาะโดยเฉียงเข้ากับตัวผนังกระเบื้องประมาณ 45 องศา เมื่อดอกเจาะผ่านผิวกระเบื้องเข้าไปส่วนหนึ่งแล้ว จึงค่อยๆ เอียงองศาของดอกเจาะให้ตั้งฉากกับผิวผนังกระเบื้อง ที่ต้องทำอย่างนี้เพราะว่า

หากตั้งดอกเจาะให้ฉากกับพื้นผิวผนังตั้งแต่แรก จะมีแรงต้านที่ทำให้เจาะไม่เข้าและหัวสว่านเหวี่ยงไปมา การเจาะด้วยดอกเจาะนี้จะได้รูเจาะที่เรียบสวย และสามารถปรับขนาดได้ตามต้องการโดยการเลือกขนาดของดอกเจาะ เมื่อได้รู้เจาะตามต้องการแล้วจึงสวมพุกและตอกน็อตต่อไป เพื่อใช้แขวนอุปกรณ์ที่ต้องการ

เจาะด้วยหัวสว่านธรรมดา

ท่านใดที่ไม่ต้องการซื้อดอกเจาะแผ่นกระเบื้องเพิ่ม แต่มีหัวสว่านเจาะปูนธรรมดาอยู่ติดบ้าน ก็สามารถเจาะแผ่นกระเบื้องให้ไม่มีรอยแตกร้าวได้เช่นกัน โดยต้องอาศัยตัวสว่านที่มีรูปแบบการเจาะให้เลือก เป็นแบบเจาะ และแบบกระแทก

เริ่มต้นด้วยการใช้หลักนำร่องเจาะ หรือใช้ตะปูธรรมดาสะกิดกระเบื้องให้เกิดร่อง ช่วยให้กำหนดตำแหน่งได้ง่าย และเพื่อป้องกันไม่ให้หัวสว่านขยับไปมาระหว่างที่เจาะรู จากนั้นเลือกหัวสว่านเจาะปูนธรรมดาที่มีขนาดตามต้องการ มาเจาะลงบนผิวกระเบื้องด้วยโหมดเจาะ ซึ่งเป็นโหมดที่หัวสว่านจะไม่กระแทกแรงมาก เจาะอย่างช้าๆ

เพื่อป้องกันไม่ให้กระเบื้องแตกร้าวระหว่างเจาะ เมื่อเจาะจนผ่านชั้นกระเบื้องลงไปถึงชั้นปูนได้ จะสังเกตเห็นว่ามีผงปูนหลุดออกมาจากรูที่เจาะ ในขั้นตอนนี้สามารถเปลี่ยนหัวสว่านเป็นโหมดกระแทกได้ เพื่อให้หัวสว่านเจาะลงไปในชั้นปูนได้ดีขึ้น รูที่ได้จากการเจาะด้วยวิธีนี้ก็จะออกมาเรียบและสวยงามเช่นกัน ขนาดของรูจะเป็นไปตามขนาดของหัวสว่านที่ใช้ จากนั้นก็ใส่พุกและตอกน็อตเช่นเดียวกับวิธีแรก

เคล็ดลับเพิ่มเติมเล็กน้อย

เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของดอกเจาะและหัวสว่านที่ใช้ ในระหว่างที่เจาะควรเลี้ยงด้วยน้ำอยู่เสมอ หากมีหัวฉีดน้ำอัตโนมัติก็จะสะดวก ส่วนใครที่ไม่มีก็เพียงแค่เตรียมน้ำไว้ใกล้ๆ แล้วใช้หัวสว่านจุ่มที่น้ำเป็นระยะระหว่างที่เจาะ หรือเมื่อรู้สึกว่าหัวสว่านร้อนจนเกินไป เท่านี้ก็สามารถเจาะกระเบื้องได้เองโดยไม่ต้องรอช่าง

ทาสีรั้วบ้านตามวัสดุของรั้ว

ทาสีรั้วบ้าน

เชื่อว่าทุกคนรักและอยากทำให้บ้านของตัวเองน่าอยู่ เพราะบ้านเป็นที่ที่เราพักผ่อน และอาจกลายเป็นที่ทำงานของหลายคนที่ต้องทำงานที่บ้านในช่วงนี้ การที่เราใส่ใจดูแลบ้านให้น่าอยู่ก็เป็นผลดีกับคนในบ้าน

นอกจากตัวบ้านแล้ว รั้วบ้านก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยให้บ้านดูสวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นด่านแรกที่สามารถมองเห็นได้ หากปล่อยให้ดูโทรม คงไม่เป็นที่เจริญตา ใครที่ต้องการทาสีรั้วบ้านด้วยตนเองมาทางนี้ ไปเช็ครั้วบ้านของตัวเองดีกว่าว่าวัสดุแบบนี้หากจะลงสีต้องทำอย่างไร

วิธีทาสีรั้วบ้านและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

ชนิดของสีทารั้วบ้านที่คุณจะเลือกใช้ขึ้นอยู่กับพื้นผิวของรั้วบ้านของคุณ บางบ้านอาจมีรั้วเป็นไม้ รั้วจากวัสดุปูน หรือบางบ้านอาจเลือกรั้วที่เป็นเหล็ก ต่อไปจะเป็นวิธีทาสีรั้วไม้ตามวัสดุของรั้ว

รั้วไม้

ถ้าคุณจะทาสีรั้วบ้านที่เป็นไม้ อุปกรณ์ที่ต้องมีเลยคือกระดาษทรายแบบหยาบและละเอียด ถ้าจะให้ดีกว่านั้นควรมีเครื่องขัดกระดาษทรายด้วยเพื่อช่วยทุ่นแรง หรือถ้าขัดด้วยมืออาจต้องช่วยออกแรงกันหลายคน เตรียมพู่กันทาสีหรือสเปรย์พ่น สีทารองพื้น และสีน้ำมันหรือสีอะคริลิก หรือที่นิยมที่สุดจะเป็นสีย้อมไม้ที่จะช่วยเสริมลายไม้ของรั้วคุณให้โดดเด่น

จุดสำคัญของการทาสีรั้วไม้คือการขัดตัวรั้วไม้ให้เรียบเนียนและเช็ดฝุ่นออกให้หมด ตามด้วยการทาสีรองพื้น และลงสีย้อมไม้หรือสีสันอื่นที่คุณเลือก สามารถลงสีย้อมไม้เพิ่มเป็นชั้นที่สองได้เพื่อเพิ่มความทนทาน

รั้วปูน

สำหรับบ้านที่ใช้รั้วบ้านแบบปูน อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมคือสีรองพื้น สีอะคริลิกสำหรับทาภายนอก พู่กันหรือลูกกลิ้งทาสี ผ้าทรายหรือกระดาษทรายสำหรับการปรับปรุงรั้วเก่า หากเป็นรั้วใหม่ที่ฉาบไว้เรียบเนียนดีแล้วก็อาจข้ามขั้นตอนการขัดผิวผนังรั้วไปได้

เพียงแค่ทำความสะอาดเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะลงสีก็ควรนำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมารองที่พื้นบริเวณใกล้เคียงไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เลอะเทอะโดยรอบ ทาสีรองพื้นบนผิวปูนครั้งหรือสองครั้ง ตรวจสอบให้แห้งสนิทดี

จากนั้นจึงใช้สีทาภายนอกทาทับบนสีรองพื้น คุณสามารถปรับความหนืดของสีอะคริลิกได้ด้วยการผสมน้ำ และเหตุผลที่ควรเลือกใช้สีสำหรับทาภายนอกคือจะทนทานมากกว่าเพราะบริเวณรั้วบ้านต้องเจอแดดและฝนมาก จึงเหมาะกับสีสำหรับทาภายนอกที่ได้รับการผลิตมาให้ทนกับสภาพดังกล่าว

รั้วเหล็ก

การทาสีรั้วที่เป็นเหล็กมักใช้สีน้ำมัน ที่ต้องเตรียมคู่กันกับน้ำมันสน การเลือกใช้สีน้ำมันที่ป้องกันสนิมได้ด้วยก็จะดีมาก สีน้ำมันส่วนใหญ่มีราคาไม่แพงมาก

แม้เวลาที่ทาอาจต้องระมัดระวังหน่อยเพราะเลอะเทอะง่าย แก้ไขด้วยการเตรียมน้ำมันสนไว้ให้พร้อมเพราะนอกจากจะช่วยปรับความเข้มข้นของสีน้ำมันได้แล้วยังสามารถใช้เป็นน้ำยาทำความสะอาดแปรงหรือพู่กันที่ใช้ทาสีน้ำมันได้อีกด้วย

ขั้นตอนและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทาสีรั้วบ้านนั้นไม่ยากและซับซ้อนไปนัก คุณสามารถชักชวนครอบครัวใช้เวลาว่างในวันหยุดปรับปรุงรั้วบ้านให้ดูใหม่เอี่ยมได้โดยไม่ต้องจ้างช่าง เพียงเลือกวันที่ไม่มีฝนมาเป็นอุปสรรคในการทาสี ก็จะได้มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน และยังปรับโฉมใหม่ให้บ้านคุณด้วย

ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ในปีฉลู วันไหนดี วันไหนมงคลเช็คด่วน!

ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่

ในวาระโอกาสที่ดีอย่างขึ้นปีใหม่ปีนี้ สิ่งที่ไม่ดีก็ควรที่จะละทิ้งไว้ในปีเก่า ควรที่จะเริ่มลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง เช่น การปรับปรุงตนเองให้เป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม การจดรายการสิ่งที่ต้องการจะทำให้สำเร็จภายในปีนี้ รวมถึงการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ด้วย

แต่การจะทำบุญขึ้นบ้านใหม่ในโอกาสปีใหม่ทั้งที การได้ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง และในปีพ.ศ.2564 จะมีฤกษ์งามยามดีวันไหนกันบ้าง มาดูพร้อมกันเลย

1. เดือนมกราคม

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยเดือนมกราคม เดือนแรกของปีที่มีวันสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันขึ้นปีใหม่ วันเด็กแห่งชาติ วันครู เป็นต้น แต่ฤกษ์ดีสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ในเดือนนี้มีอยู่ทั้งหมด 4 วัน ดังนี้

  • วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์
  • วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์

2. เดือนกุมภาพันธ์

สำหรับเดือนแห่งความรักอย่างเดือนกุมภาพันธ์ เดือนที่หลายต่อหลายคนเฝ้าคอย เพราะมีวันสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์ที่จะทำให้หัวใจได้กลับมาพองโตอีกครั้ง แต่นอกเหนือจากวันวาเลนไทน์แล้ว เดือนนี้ยังเหมาะสมกับการขึ้นบ้านใหม่ เพราะมีฤกษ์ดีถึง 5 วัน ดังนี้

  • วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์

3. เดือนมีนาคม

สำหรับเดือนที่สามของปีอย่างเดือนมีนาคมเองก็มีวันสำคัญระดับสากลไม่น้อยไปกว่าเดือนอื่นเลย เช่น วันไตโลก วันน้ำของโลก วันสตรีสากล วันนอนหลับโลก เป็นต้น ซึ่งฤกษ์ดีที่เหมาะสมสำหรับเดือนนี้มี 3 วัน ดังนี้

  • วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ วันพุธกลางคืน และเจ้าของกิจการที่เป็นเพศชาย
  • วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร และวันพฤหัสบดี

4. เดือนเมษายน

เมษายน เดือนที่สี่ของปีที่ผู้คนต่างให้การรอคอยไม่น้อยกว่าเดือนที่สอง เนื่องจากมีเทศกาลสำคัญที่มีชื่อเสียงในระดับสากล และทั่วทั้งโลกต่างอยากที่จะมาร่วมสนุกในเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ใครที่พลาดโอกาสจากเดือนก่อน ๆ เดือนเมษายนเป็นเดือนที่เหมาะสมมากสำหรับการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เพราะมีฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่มากที่สุดถึง 7 วัน ดังนี้

  • วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน และวันอาทิตย์
  • วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน และวันเสาร์
  • วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน และวันอาทิตย์
  • วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ วันอาทิตย์ และเจ้าของบ้านที่เป็นเพศหญิง
  • วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน

5. เดือนพฤษภาคม

สำหรับเดือนพฤษภาคม เดือนที่ห้าของปี ในเดือนนี้มีวันสำคัญของไทยเป็นจำนวนน้อย เช่น วันงดสูบบุหรี่โลก วันแรงงาน วันกาชาดโลก วันกำลังสำรอง เป็นต้น ซึ่งฤกษ์ในเดือนนี้มีจำนวน 6 วัน ดังนี้

  • วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี และวันศุกร์
  • วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
  • วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์
  • วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี และวันศุกร์

6. เดือนมิถุนายน

สำหรับครึ่งปีแรกอย่างเดือนมิถุนายน มีฤกษ์ที่เหมาะสมกับการขึ้นบ้านใหม่เพียงแค่ 4 วัน ดังนี้

  • วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
  • วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์
  • วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร

7. เดือนกรกฎาคม

เริ่มต้นเดือนแรกของครึ่งปีหลังอย่างเดือนที่เจ็ด เดือนกรกฎาคม เดือนที่มีความสำคัญกับประเทศไทย เพราะมีวันภาษาไทยแห่งชาติ อีกทั้งยังมีวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ในเดือนกรกฎาคมมีฤกษ์ดีจำนวน 4 วันเท่ากับเดือนก่อนหน้าอย่างเดือนมิถุนายน ดังนี้

  • วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์
  • วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร และวันพฤหัสบดี

8. เดือนสิงหาคม

สำหรับเดือนสิงหาคม เดือนที่มีวันสำคัญเป็นจำนวนมากทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล เช่น วันแม่แห่งชาติ วันสันติภาพไทย วันสตรีไทย วันรพี วันสุนัขโลก วันแมวโลก วันคนถนัดซ้ายสากล เป็นต้น นอกจากวันสำคัญที่มีจำนวนมากแล้ว ฤกษ์ดีในเดือนนี้ก็มีจำนวนมากเช่นเดียวกัน ซึ่งภายในเดือนสิงหาคมมีฤกษ์ดีทั้งหมด 6 วัน ดังนี้

  • วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี และวันศุกร์
  • วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน และวันอาทิตย์
  • วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร และวันพฤหัสบดี

9. เดือนกันยายน

วันสำคัญในเดือนกันยายนนั้นมีจำนวนไม่เยอะสักเท่าไหร่ เช่น วันมหิดล วันโอโซนสากล วันเยาวชนแห่งชาติ วันอนุรักษ์คูคลองแห่งชาติ วันสืบ นาคะเสถียร เป็นต้น สวนทางกับจำนวนวันที่มีฤกษ์ดีที่มีมากถึง 5 วัน ดังนี้

  • วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์
  • วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
  • วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์
  • วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
  • วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวันอาทิตย์

10. เดือนตุลาคม

เป็นเดือนที่คนไทยเศร้าโศกกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันกันมากที่สุดสำหรับเดือนตุลาคม เพราะวันที่ 13 เดือนนี้เป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่เป็นฤกษ์งามยามดีในเดือนนี้มีจำนวน 6 วัน ดังนี้

  • วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน และวันอาทิตย์
  • วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน วันอาทิตย์ และเจ้าของกิจการที่เป็นเพศชาย
  • วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร
  • วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันอังคาร

11. เดือนพฤศจิกายน

ในเดือนนี้มีฤกษ์ที่ดีเหมาะสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ทั้งสิ้น 4 วัน ดังนี้

  • วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
  • วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน และวันอาทิตย์

12. เดือนธันวาคม

ในเดือนสุดท้ายของปี เป็นเดือนที่คนเป็นพ่อจะได้ใช้เวลาใกล้ชิดกับลูก เป็นเดือนที่เหล่าบุตรหลานต่างได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เพราะมีวันที่เกี่ยวกับครอบครัวเป็นจำนวนมาก เช่น วันพ่อแห่งชาติ วันคริสต์มาส วันสิ้นปี เป็นต้น และในเดือนสุดท้ายของปีก็ได้มีฤกษ์มงคลมากถึง 5 วัน ดังนี้

  • วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ วันอาทิตย์ และเจ้าของกิจการที่เป็นเพศชาย
  • วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ และวันพุธกลางคืน
  • วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน และวันอาทิตย์
  • วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2564 ผู้ที่ไม่ควรใช้ฤกษ์วันนี้เพราะจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีคือ ผู้ที่เกิดวันเสาร์ วันอาทิตย์ และเจ้าของกิจการที่เป็นเพศหญิง

นอกจากวันที่เป็นวันที่ดี วันมงคล ได้ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ทั้งหมดใน 12 เดือนที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อย่าลืมที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นคนใหม่ พยายามทำตามเป้าหมายที่ตนเองได้วางไว้ตั้งแต่ต้นปีให้สำเร็จ คิดในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่ดี ถึงแม้ว่าใน 1 ปี ผู้คนอาจจะพบเรื่องราวสุขทุกข์ปะปนกันไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นเรื่องราวที่คอยสอนให้เติบโตขึ้นได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน

วิธีการก่ออิฐมอญในแบบฉบับง่าย ๆ ทำได้ด้วยตนเอง

อิฐมอญ

ถ้าจะพูดถึงเรื่องงานก่ออิฐมอญหรือการก่อผนังภายในบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งตามหลักการแล้วจะต้องให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสร้างให้ เพราะมันคืองานที่จะต้องอาศัยทักษะและความชำนาญในด้านงานช่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกวัสดุปูนที่ใช้ในก่อ การวางอิฐให้ได้ในระดับเดียวกัน เรียกได้ว่าแต่ล่ะอย่างจะต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ

เพื่อให้ได้พื้นผนังบ้านในแบบฉบับที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด แต่การที่เราอยากจะก่ออิฐด้วยตนเองเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในจ้างช่างก็ยังสามารถทำได้ด้วยตนเองได้โดยวิธีง่าย ๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วิธีการก่ออิฐมอญ

1.การจัดเตรียมพื้นที่บริเวณหน้างานและการจัดเตรียมวัสดุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อม เช่น เกรียง ถังผสมปูน อิฐมอญ ทราย ปูนซีเมนต์ และน้ำเปล่าสำหรับใช้ในการผสม โดยอัตราส่วนของปูนก่อที่จะใช้ผสมคือ ปูน 1 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน หรือที่เรียกแบบชาวบ้านว่า 1:3 หรือถ้าใครไม่สะดวกในการผสมปูนก็สามารถใช้ปูนแบบสำเร็จมาใช้ก็ได้อีกเช่นเดียวกัน

2.การผสมปูน ทรายและน้ำเปล่าให้มีความเข้ากัน โดยวิธีการผสมนั้นจะต้องมีลักษณะเหนียวและไม่เหลวจนเกินไป และที่สำคัญเราควรผสมปูนในแบบทีละถังเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ปูนแห้งและแข็ง

3.วิธีการก่อชั้นที่หนึ่ง โดยเรานำเกรียงมาตักปูนที่ผ่านการผสมเรียบร้อยแล้วมาโปะลงไปบริเวณก้อนอิฐ จากนั้นทำการปาดให้มีลักษณะเป็นทรง สามเหลี่ยมตามยาวของแนวอิฐแล้วเราก็นำปูนมาโปะในจุดที่เราต้องการที่จะก่อเป็นกำแพง

ซึ่งเราจะต้องจับด้ามเกรียงและเคาะแรง ๆ บริเวณก้อนอิฐ เพื่อให้มีความแน่นมากที่สุด และปูนที่มีการส่วนเกินออกจากก้อนอิฐให้เราใช้เกรียงปาดออกแล้วนำใส่ลงถังเปล่า

4.วิธีการก่อชั้นต่อไป โดยเราจะต้องนำปูนมาโปะเป็นรูปร่างแบบสามเหลี่ยมตรงบริเวณก้อนอิฐก้อนเดิม จากนั้นเราก็นำอิฐก้อนใหม่มาวางทับลงไปจากนั้นเราก็ใช้ด้ามของเกรียงเคาะแรง ๆ เพื่อให้ก้อนอิฐอยู่ตัวและมีลักษณะที่แน่นมากขึ้น

ส่วนวิธีการเรียงก้อนอิฐเราควรมีการเรียงแบบสับหว่างกัน ซึ่งเราจะต้องนำก้อนอิฐมาวางคร่อมระหว่างกลางอิฐฐานทั้ง 2 ก้อน เพื่อเป็นการทำให้ผนังเกิดความแข็งแรงและมีแนวที่สวยงามมากขึ้น

5.ขั้นตอนการก่อชั้นต่อไปจนเสร็จ ซึ่งในกรณีที่เราจะต้องก่ออิฐที่มีลักษณะสูง ๆ ควรมีใช้ดิ่งหรือฉากวัด และรวมไปถึงขั้นตอนการขึงเส้นเอ็นเพื่อใช้เป็นแนวหรือหลักที่ตั้งในการก่ออิฐ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราได้ผนังบ้านที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง แต่ถ้าเราจะก่อผนังแบบลักษณะเตี้ยที่มีไม่กี่ชั้นก็อาจจะใช้วิธีการกะระยะด้วยสายตาก็ได้

เรียกได้ว่าวิธีการก่ออิฐในแบบฉบับช่างมืออาชีพนั้นก็มีวิธีการที่ง่าย ซึ่งเราสามารถศึกษาวิธีการเหล่านี้และสามารถนำไปปฏิบัติได้เลย แต่ในช่วงแรก ๆ เราอาจจะก่อได้ไม่สวยเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากเราตั้งใจฝึกฝนและหัดก่ออิฐต่อไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้กำแพงหรือผนังที่เราสร้างค่อย ๆ มีความสวยงามขึ้นนั่นเอง

วิธีการจัดตู้ไม้น้ำฉบับง่าย ๆ ทำได้ด้วยตนเอง

ตู้ไม้น้ำ

ตู้ไม้น้ำเป็นการจัดพรรณไม้จำลองในน้ำ อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้บ้านของเราน่าอยู่และมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่ขั้นตอนและวิธีการในจัดตู้พรรณไม้น้ำอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับมือใหม่บางคนที่ขาดความรู้ในเรื่องของการเลือกวัสดุและอุปกรณ์ที่จะนำมาตกแต่ง

บางทีจัดออกมาแล้วกลับดูไม่สวยงาม ขาดความสมดุลซ้ำร้ายการจัดระบบนิเวศที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลทำให้ปลาสวยงามที่เราเลี้ยงไว้เกิดการช็อคตายอีกด้วย งั้นลองมาดูทริคและวิธีการจัดตู้ปลาในแบบที่ถูกต้องและสามารถทำได้ด้วยตนเอง ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย

วิธีการจัดตู้พรรณไม้น้ำอย่างง่ายกับอุปกรณ์เพียง 4 อย่าง

1.ขนาดของตู้ต้องมีความเหมาะสม

เราสามารถนำตู้ปลาที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาตกแต่งใหม่ให้เป็นตู้พรรณไม้น้ำ ขนาดของตู้ปลาที่นิยมใช้มากที่สุดก็คือขนาดประมาณ 24 นิ้ว และ 48 นิ้ว

เพราะตู้ปลาขนาดนี้เราสามารถนำไปวางตรงโต๊ะทำงานหรือโต๊ะรับแขกได้อย่างพอดี แถมถ้าเราใช้ตู้ไม้น้ำที่มีขนาดใหญ่ก็จะช่วยทำให้พรรณไม้น้ำและปลาสวยงามสามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

2.ระบบกรองสิ่งสกปรก

ระบบกรองในตู้ปลาถือว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกำจัดของเสียต่าง ๆ ที่เกิดจากปลาหรือจากพรรณไม้น้ำได้เป็นอย่างดี และยังมีส่วนช่วยที่จะทำให้น้ำในตู้ปลามีความใสอยู่ตลอดเวลา โดยเครื่องกรองส่วนใหญ่จะนิยมใช้เครื่องกรองแบบแขวน ที่ใช้แขวนบริเวณด้านนอกของตู้ปลา เพราะดูแลรักษาง่าย

3.พรรณไม้น้ำ

ซึ่งพรรณไม้น้ำแต่ล่ะชนิดก็จะมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่ดูโดดแตกต่างกันไป โดยพรรณไม้น้ำที่เหมาะสำหรับนำมาจัดตู้ปลาควรเป็นพรรณไม้น้ำที่มีใบสวยงาม มีลำต้นที่แข็งแรงทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ซึ่งพรรณไม้น้ำที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกในตู้ปลาก็คือโร่ทาล่าแดงดาวกระจาย และบาโคปามอนนิเอรา

4.ดินสำหรับปลูกพรรณไม้น้ำ

โดยดินที่มีความเหมาะสมกับการปลูกพรรณไม้น้ำควรเป็นดินที่มีขนาดเล็กและมีลักษณะร่วนซุย สามารถซึมซับสารอาหารต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ที่นิยมใช้คือ ดินอัดเม็ด เพราะดินชนิดจะมีค่า PH ในปริมารณที่ต่ำและไม่ส่งผลเสียต่อน้ำในตู้ปลา แถมยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่จะช่วยบำรุงพรรณไม้น้ำให้มีความแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี

การจัดตู้ไม้น้ำไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ สำหรับใครที่มีไอเดียก็สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้ วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ลองชวนคนในบ้านมาร่วมทำกิจกรรมยามว่างด้วยการจัดตู้พรรณไม้น้ำตามวิธีที่เรานำมาฝาก นอกจากจะได้ตู้พรรณไม้น้ำที่มีความแข็งแรงทนทานแล้ว ยังเป็นการสานสัมพันธ์ที่ดีของคนในครอบครัว