วิธีการก่ออิฐมอญในแบบฉบับง่าย ๆ ทำได้ด้วยตนเอง

อิฐมอญ

ถ้าจะพูดถึงเรื่องงานก่ออิฐมอญหรือการก่อผนังภายในบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งตามหลักการแล้วจะต้องให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสร้างให้ เพราะมันคืองานที่จะต้องอาศัยทักษะและความชำนาญในด้านงานช่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกวัสดุปูนที่ใช้ในก่อ การวางอิฐให้ได้ในระดับเดียวกัน เรียกได้ว่าแต่ล่ะอย่างจะต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ

เพื่อให้ได้พื้นผนังบ้านในแบบฉบับที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด แต่การที่เราอยากจะก่ออิฐด้วยตนเองเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในจ้างช่างก็ยังสามารถทำได้ด้วยตนเองได้โดยวิธีง่าย ๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วิธีการก่ออิฐมอญ

1.การจัดเตรียมพื้นที่บริเวณหน้างานและการจัดเตรียมวัสดุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อม เช่น เกรียง ถังผสมปูน อิฐมอญ ทราย ปูนซีเมนต์ และน้ำเปล่าสำหรับใช้ในการผสม โดยอัตราส่วนของปูนก่อที่จะใช้ผสมคือ ปูน 1 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน หรือที่เรียกแบบชาวบ้านว่า 1:3 หรือถ้าใครไม่สะดวกในการผสมปูนก็สามารถใช้ปูนแบบสำเร็จมาใช้ก็ได้อีกเช่นเดียวกัน

2.การผสมปูน ทรายและน้ำเปล่าให้มีความเข้ากัน โดยวิธีการผสมนั้นจะต้องมีลักษณะเหนียวและไม่เหลวจนเกินไป และที่สำคัญเราควรผสมปูนในแบบทีละถังเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ปูนแห้งและแข็ง

3.วิธีการก่อชั้นที่หนึ่ง โดยเรานำเกรียงมาตักปูนที่ผ่านการผสมเรียบร้อยแล้วมาโปะลงไปบริเวณก้อนอิฐ จากนั้นทำการปาดให้มีลักษณะเป็นทรง สามเหลี่ยมตามยาวของแนวอิฐแล้วเราก็นำปูนมาโปะในจุดที่เราต้องการที่จะก่อเป็นกำแพง

ซึ่งเราจะต้องจับด้ามเกรียงและเคาะแรง ๆ บริเวณก้อนอิฐ เพื่อให้มีความแน่นมากที่สุด และปูนที่มีการส่วนเกินออกจากก้อนอิฐให้เราใช้เกรียงปาดออกแล้วนำใส่ลงถังเปล่า

4.วิธีการก่อชั้นต่อไป โดยเราจะต้องนำปูนมาโปะเป็นรูปร่างแบบสามเหลี่ยมตรงบริเวณก้อนอิฐก้อนเดิม จากนั้นเราก็นำอิฐก้อนใหม่มาวางทับลงไปจากนั้นเราก็ใช้ด้ามของเกรียงเคาะแรง ๆ เพื่อให้ก้อนอิฐอยู่ตัวและมีลักษณะที่แน่นมากขึ้น

ส่วนวิธีการเรียงก้อนอิฐเราควรมีการเรียงแบบสับหว่างกัน ซึ่งเราจะต้องนำก้อนอิฐมาวางคร่อมระหว่างกลางอิฐฐานทั้ง 2 ก้อน เพื่อเป็นการทำให้ผนังเกิดความแข็งแรงและมีแนวที่สวยงามมากขึ้น

5.ขั้นตอนการก่อชั้นต่อไปจนเสร็จ ซึ่งในกรณีที่เราจะต้องก่ออิฐที่มีลักษณะสูง ๆ ควรมีใช้ดิ่งหรือฉากวัด และรวมไปถึงขั้นตอนการขึงเส้นเอ็นเพื่อใช้เป็นแนวหรือหลักที่ตั้งในการก่ออิฐ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราได้ผนังบ้านที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง แต่ถ้าเราจะก่อผนังแบบลักษณะเตี้ยที่มีไม่กี่ชั้นก็อาจจะใช้วิธีการกะระยะด้วยสายตาก็ได้

เรียกได้ว่าวิธีการก่ออิฐในแบบฉบับช่างมืออาชีพนั้นก็มีวิธีการที่ง่าย ซึ่งเราสามารถศึกษาวิธีการเหล่านี้และสามารถนำไปปฏิบัติได้เลย แต่ในช่วงแรก ๆ เราอาจจะก่อได้ไม่สวยเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากเราตั้งใจฝึกฝนและหัดก่ออิฐต่อไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้กำแพงหรือผนังที่เราสร้างค่อย ๆ มีความสวยงามขึ้นนั่นเอง

วิธีการจัดตู้ไม้น้ำฉบับง่าย ๆ ทำได้ด้วยตนเอง

ตู้ไม้น้ำ

ตู้ไม้น้ำเป็นการจัดพรรณไม้จำลองในน้ำ อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้บ้านของเราน่าอยู่และมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น แต่ขั้นตอนและวิธีการในจัดตู้พรรณไม้น้ำอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับมือใหม่บางคนที่ขาดความรู้ในเรื่องของการเลือกวัสดุและอุปกรณ์ที่จะนำมาตกแต่ง

บางทีจัดออกมาแล้วกลับดูไม่สวยงาม ขาดความสมดุลซ้ำร้ายการจัดระบบนิเวศที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลทำให้ปลาสวยงามที่เราเลี้ยงไว้เกิดการช็อคตายอีกด้วย งั้นลองมาดูทริคและวิธีการจัดตู้ปลาในแบบที่ถูกต้องและสามารถทำได้ด้วยตนเอง ที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย

วิธีการจัดตู้พรรณไม้น้ำอย่างง่ายกับอุปกรณ์เพียง 4 อย่าง

1.ขนาดของตู้ต้องมีความเหมาะสม

เราสามารถนำตู้ปลาที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาตกแต่งใหม่ให้เป็นตู้พรรณไม้น้ำ ขนาดของตู้ปลาที่นิยมใช้มากที่สุดก็คือขนาดประมาณ 24 นิ้ว และ 48 นิ้ว

เพราะตู้ปลาขนาดนี้เราสามารถนำไปวางตรงโต๊ะทำงานหรือโต๊ะรับแขกได้อย่างพอดี แถมถ้าเราใช้ตู้ไม้น้ำที่มีขนาดใหญ่ก็จะช่วยทำให้พรรณไม้น้ำและปลาสวยงามสามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล

2.ระบบกรองสิ่งสกปรก

ระบบกรองในตู้ปลาถือว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกำจัดของเสียต่าง ๆ ที่เกิดจากปลาหรือจากพรรณไม้น้ำได้เป็นอย่างดี และยังมีส่วนช่วยที่จะทำให้น้ำในตู้ปลามีความใสอยู่ตลอดเวลา โดยเครื่องกรองส่วนใหญ่จะนิยมใช้เครื่องกรองแบบแขวน ที่ใช้แขวนบริเวณด้านนอกของตู้ปลา เพราะดูแลรักษาง่าย

3.พรรณไม้น้ำ

ซึ่งพรรณไม้น้ำแต่ล่ะชนิดก็จะมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่ดูโดดแตกต่างกันไป โดยพรรณไม้น้ำที่เหมาะสำหรับนำมาจัดตู้ปลาควรเป็นพรรณไม้น้ำที่มีใบสวยงาม มีลำต้นที่แข็งแรงทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ซึ่งพรรณไม้น้ำที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกในตู้ปลาก็คือโร่ทาล่าแดงดาวกระจาย และบาโคปามอนนิเอรา

4.ดินสำหรับปลูกพรรณไม้น้ำ

โดยดินที่มีความเหมาะสมกับการปลูกพรรณไม้น้ำควรเป็นดินที่มีขนาดเล็กและมีลักษณะร่วนซุย สามารถซึมซับสารอาหารต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ที่นิยมใช้คือ ดินอัดเม็ด เพราะดินชนิดจะมีค่า PH ในปริมารณที่ต่ำและไม่ส่งผลเสียต่อน้ำในตู้ปลา แถมยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่จะช่วยบำรุงพรรณไม้น้ำให้มีความแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี

การจัดตู้ไม้น้ำไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ สำหรับใครที่มีไอเดียก็สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้ วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ลองชวนคนในบ้านมาร่วมทำกิจกรรมยามว่างด้วยการจัดตู้พรรณไม้น้ำตามวิธีที่เรานำมาฝาก นอกจากจะได้ตู้พรรณไม้น้ำที่มีความแข็งแรงทนทานแล้ว ยังเป็นการสานสัมพันธ์ที่ดีของคนในครอบครัว

วิธีการเลือกวัสดุในการทำรั้วให้เหมาะสมกับบ้าน

รั้ว

ถ้าจะพูดถึงรั้วบ้านแล้วว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้บ้านของเราดูสวยงามและดูมีชีวิตชีวาเพิ่มมากขึ้น แล้วยังสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากสิ่งอันตรายต่าง ๆในบริเวณนอกบ้านได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะในเรื่องของการกันขโมยหรือเพื่อเป็นการป้องกันผู้อื่นมาบุกรุกเข้ามาในบ้าน แถมยังเป็นการสร้างบริเวณพื้นที่แบบปิดล้อมเพื่อเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย และยังทำให้ตัวบ้านมีความสวยงามและน่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย

ชนิดของวัสดุที่นำมาทำรั้วบ้าน

1. วัสดุไม้

เนื่องจากไม้เป็นวัสดุชนิดแรกที่คนส่วนใหญ่มักจะนำมาทำรั้วบ้านกันมากที่สุด เพราะไม้มีความโดดเด่นและมีความสวยงามในแบบเฉพาะตัว สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป และไม้เป็นวัสดุที่สามารถขนย้ายได้ง่ายและมีน้ำหนักเบา

โดยเราอาจจะนำไม้ระแนงหรือไม้เทียมมาตัดแต่งให้มีขนาดตามที่เราต้องการจากนั้นก็นำมาเชื่อมต่อด้วยตะปูและทาสีทับด้วยสีน้ำมันหรือสีน้ำอะคริลิกกึ่งเงา

2.เหล็ก

เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุที่มีแข็งแรงและทนทาน สามารถดูแลรักษาได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถนำมาดัดและตกแต่งให้มีรูปแบบต่าง ๆ ได้ตามต้องการ แถมเหล็กยังสามารถนำมาทำกำแพงบ้านให้ออกมาสวยงามในสไตล์แบบ Loft Style ที่จะทำให้บ้านของคุณดูเท่และดูดุดันในแบบไม่เหมือนใครอีกด้วย

3.คอนกรีต

ถือว่าเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานและมีความแน่นหนามากที่สุด ซึ่งชนิดของคอนกรีตที่มีความแข็งแรงและทนแดดทนฝนมากที่สุด ก็คือ คอนกรีตหล่อสำเร็จ คอนกรีตบล็อกที่มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์เป็นหลัก และคอนกรีตเสริมเหล็ก แถมคอนกรีตยังจัดว่าเป็นวัสดุที่สามารถรับแรงอัดและแรงกระแทกต่าง ๆ ได้สูงสุด 300 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร

จึงทำให้คอนกรีตเหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุดและยังสามารถช่วยป้องกันสิ่งอันตรายรอบ ๆ บ้านได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

4.อิฐ

เนื่องจากอิฐเป็นวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายและมีราคาถูก สามารถ DIY และเพิ่มลูกเล่นให้กับกำแพงบ้านให้มีความสวยงามในแบบที่เราต้องการ แถมอิฐบล็อกยังถือว่าเป็นวัสดุที่ไม่ต้องดูแลรักษาอะไรมากนัก และเรายังสามารถตกแต่งด้วยการทาสีเพิ่มเพิ่มความสวยงามได้อีกด้วย

5.การตกแต่งด้วยต้นไม้แบบพุ่มและไม้ประดับ

เรียกได้ว่าเป็นไอเดียการตกแต่งบ้านในแบบสไตล์ของคนรักธรรมชาติเลยก็ว่าได้ โดยเรานำต้นไม้แบบพุ่มเตี้ย หรือต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นพุ่มสูง

มาใช้ในการปลูกบริเวณรอบนอกของบ้าน และมีการจัดวางต้นไม้ขนาดเล็ก ๆ เรียงติดกันให้เป็นแถวเป็นแนว ก็ช่วยทำให้บริเวณรอบ ๆ บ้านของเราดูร่มรื่นมากขึ้นและยังเป็นการช่วยเพิ่มออกซิเจนภายในบ้านได้อีกด้วย

การตกแต่งบ้านนั้นถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้บ้านของเรานั้นน่าอยู่มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้รั้วบ้านอยู่กับเราได้นานแสนนานนั้นก็คือการดูแลรักษาและมีการหมั่นตรวจสอบความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เราสามารถดูแลและแก้ไขในจุดบกพร่องของบ้านได้อย่างทันท่วงที

เลือกพรมปูพื้นสวยๆ ยังไงไม่ให้เฟล ใช้งานในบ้านได้จริง

พรมปูพื้น

รู้ไหม…ทำไมบ้านควรมีพรมปูพื้น นั่นเพราะพรมทำให้บ้านดูสวยและมีสไตล์มากยิ่งขึ้นอีกทั้งได้ใช้ประโยชน์ด้วย การปูพรมจะทำให้พื้นดูดี ไม่ทำให้บ้านให้ดูโล่งจนเกินไป แค่มีพื้นที่วางพรมไว้สักหน่อยบ้านก็จะดูสวยงามไม่แพ้บ้านตัวอย่างที่มักเห็นตามป้ายโฆษณาหรือหน้าจอทีวีแล้วล่ะ

ประโยชน์ของการปูพรม

ช่วยเปลี่ยนห้องธรรมดาให้ดูสวยงามมีรสนิยมมากขึ้น ทำให้บ้านดูผ่อนคลาย บรรยากาศดูอ่อนโยน น่าอยู่อาศัย ช่วยเพิ่มควรสดใส หรือเพิ่มความหรูหรา ตามแบบพรมที่นำมาจัดแต่งห้อง ช่วยรักษาอุณหภูมิของห้อง ป้องกันการลื่นล้ม

ให้สัมผัสอ่อนนุ่มกับเท้าด้วยอีกทั้งยังมีประโยชน์ในการดูดซับเสียง เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความเงียบสงบอย่างห้องทำงานหรือห้องโฮมเธียเตอร์ 

แต่การจะเลือกพรมให้กับบ้านของคุณนั้นจะต้องดูจากอะไรบ้าง

พื้นที่ของห้องและการใช้งาน

ต้องกำหนดเอาไว้ก่อนว่าห้องแบบไหนที่เราเลือกพรมจะเอาไปปู กำหนดขนาดและประเภทที่เหมาะสมกับห้องนั้น ๆ ด้วย จะได้ไม่เป็นการตกแต่งที่รู้สึกว่าขัดแย้งกันเกินไป

พรมสำหรับห้องรับแขกหรือห้องนั้นเล่น

ส่วนใหญ่ห้องนี้เรามักจะวางโซฟาสำหรับนั่งเล่นหรือรับแขกเอาไว้อยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะปูพรมในห้องนี้ก็ให้วัดง่าย ๆ จากขนาดของโซฟาได้เลย ที่ควรเลือกมี 2 แบบคือ พรมที่มีขนาดเกินชุดโซฟาออกมาเล็กน้อย ก็จะให้ความสวยงามที่พอดี กับแบบที่เล็กกว่าโซฟาโดยรวมสักหน่อย

เน้นใช้พื้นที่ตรงกลางได้ก็เพียงพอแล้ว ชนิดของพรมที่ใช้ควรเป็นแบบขนสั้นหรือว่าผิวเรียบเพื่อที่จะได้ทำความสะอาดง่าย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เรามีการใช้งานบ่อยจึงไม่ควรที่จะใช้พรมที่มีขนยาวซึ่งอาจจะดักจับฝุ่นได้ง่าย จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย

พรมปูพื้นสำหรับห้องอาหาร

ให้วัดจากพื้นที่การใช้งานของโต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหารให้มีความพอดีต่อความยาว ให้สามารถวางเก้าอี้แล้วไม่เลยพื้นที่ของพรมออกมา ดังนั้นจึงควรเลือกพรมที่มีขนาดพอดีหรือกว้างกว่าเล็กน้อย ไม่ควรเลือกแบบที่เล็กกว่า เพราะจะดูไม่สวยและน่าอึดอัด ชนิดของพรมที่ใช้ควรจะเป็นผิวเรียบหรือเป็นแบบขนสั้นที่สามารถทำความสะอาดและดูดฝุ่นได้ง่าย

พรมสำหรับห้องนอน

พรมที่ใช้สำหรับห้องนอนนั้นมัก จะเป็นพรมที่มีขนาดใหญ่ การเลือกซื้อพรมสำหรับมาปูก็ควรมีขนาดใหญ่เลยเตียงออกมาพอสมควร เน้นพื้นที่ด้านซ้ายและขวาของเตียงมากกว่าด้านปลายเตียงสักหน่อย จะเว้นที่ว่างไม่วางพรมส่วนหัวเตียงก็ได้ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรใช้พรมที่มีขนาดเล็กไป ไม่มีความพอดี ลักษณะของพรมที่เลือกมาควรมีหนานุ่มขยฟูแน่นเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายสบายเท้าเวลาที่เดิน

การเลือกสี

สีของพรมจะช่วยในห้องไปตามสีที่คุณเลือกมาซึ่งขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและทนของห้องที่คุณตกแต่งนั่นเอง

  • พรมสีอ่อน

จะช่วยทำให้ห้องดูกว้างสบายตาและกว้างขวางขึ้น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ไม่เหมาะกับห้องที่ต้องเจอฝุ่นเยอะ เพราะจะเป็นคราบและสกปรกได้ง่าย

  • สีกลางๆ

เป็นสีที่ตกแต่งได้ง่ายไม่โดดเด่นเกินส่วนอื่นของห้องมากเกินไป ให้ความรู้สึกที่กลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ของห้องได้ไม่ยาก

  • สีเข้ม

ถ้าห้องนั้นดูสว่างมากเกินไป การใช้พรมสีเข้มก็จะเพิ่มน้ำหนักของห้องให้ดูสวยหรู เป็นผู้ใหญ่ เป็นทางการ อีกทั้งยังดีการซ่อนรอยสกปรก และคราบต่างๆ ได้ ทำให้ใช้งานได้อย่างสบายใจกว่าพรมสีอ่อนๆ

เพียงเท่านี้ก็คงทำให้การเลือกซื้อพรมปูพื้นของคุณชัดเจน มีแนวทางในการเลือกใช้ได้มากขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะ แถมยังช่วยเพิ่มความน่าอยู่ เพิ่มความหรูหราไปในตัว นำวิธีข้างต้นไปใช้เลือกพรมใหม่ได้ไม่ต้องกลัวเฟล