ทริค(ไม่)ลับ ไหว้เจ้าที่ยังไงให้รวย ให้เฮง เงินทองไหลมาเทมา

ไหว้เจ้าที่

การกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจและเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมานานของชาวไทย เพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิต เราเชื่อว่าบ้านส่วนใหญ่มีศาลพระภูมิที่เป็นสถานที่เคารพของคนในบ้าน ฉะนั้นการไหว้เจ้าที่จึงเป็นพิธีกรรมที่หลายบ้านยึดปฏิบัติกันมา แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการไหว้ขอพรเจ้าที่ก็มีเคล็ดลับเหมือนกัน ไหว้ดี ไหว้ถูกวิธีนำความเจริญก้าวหน้า ทรัพย์สินเงินทองเข้าบ้านได้! บ้านไหนอยากรวย อยากเฮง ตามมาดูกันได้เลย

       1. ช่วงเวลาที่เหมาะสม

การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างย่อมมีเวลาที่เหมาะสม และการไหว้ขอพรเจ้าที่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดำเนินพิธีคือ 08.39 น. ถึง 10.09 น. ถ้าสะดวกควรไหว้เดือนละครั้ง แต่ถ้าไม่สะดวกก็เปลี่ยนเป็นไหว้ไม่เกิน 3 เดือน 6 เดือนต่อครั้งก็ได้เช่นกัน

       2. ของที่ต้องใช้ในการไหว้

สิ่งแรกที่ต้องมีคือผลไม้มงคล จะมากน้อยก็ได้ตามกำลังทรัพย์ที่มี ส่วนใหญ่นิยมถวาย 5 ชนิด ชนิดละผล นอกจากผลไม้ก็ต้องมีพวงมาลัย 1 พวง ธูป 5 ดอก เทียน 1 คู่ น้ำสะอาด 1 แก้ว

       3. ผลไม้มงคลที่นิยมมาไหว้

ผลไม้มงคลที่เหมาะกับการนำมาไหว้มีอยู่หลายชนิด แต่ที่เห็นบ่อย ๆ และความหมายดีเป็นสิริมงคลที่คนส่วนใหญ่นำมาไหว้เป็นประจำ ได้แก่ ส้มสีทอง ที่เชื่อว่า ที่เป็นสีแห่งความสิริมงคล  แก้วมังกร ที่เชื่อว่าเป็นผลไม้แห่งความอุดมสมบูรณ์ กล้วย ที่เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของความมั่งมี ราบรื่น องุ่นแดง ที่เชื่อว่าเป็นตัวแทนแห่งความเจริญงอกงาม และสับปะรด ที่เชื่อว่าเป็นผลไม้แห่งความโชคดี เป็นต้น

       4. วิธีการไหว้เจ้าที่

ขั้นตอนแรก คุณก็นำของทุกอย่างที่เตรียมไว้ไปจัดวางหน้าสถานที่ดำเนินพิธีให้สวยงาม แล้วจุดธูปเทียนขอขมาเจ้าที่ พร้อมกล่าวดังนี้ “ข้าแต่เจ้าที่เจ้าทาง บ้านเลขที่… เนื่องในวันนี้เป็นวันดี ข้าพเจ้า…(ชื่อ-สกุล)… ได้นำเครื่องสักการะบูชามาถวาย เพื่อขอขมากรรมแก่ท่าน หากมีสิ่งใดที่ข้าพเจ้าได้พลาดพลั้งทำผิดไป ทั้งที่ตั้งใจก็ดี ทั้งที่ไม่ตั้งใจก็ดี ทั้งที่ระลึกได้ก็ดี ทั้งที่ระลึกไม่ได้ก็ดี ขอท่านเจ้าที่เจ้าทาง โปรดเมตตาอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า และโปรดช่วยให้ข้าพเจ้า…(อธิษฐานขอพรตามปรารถนา)… ด้วยเทอญ”

สร็จแล้วให้ปักธูปเทียนลง รอจนธูปหมดค่อยดับเทียน หลังจากนั้นให้เอามือจับที่ถาดภาชนะ แล้วกล่าวว่า “ข้าแต่เจ้าที่เจ้าทาง ขอแดนขอชานให้ลูกให้หลานกินเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วยเทอญ” เมื่อกล่าวจบถือเป็นอันเสร็จพิธี นำข้าวของที่ถวายมารับประทานหรือแจกจ่ายให้ทานแก่ผู้อื่นได้

บ้านไหนที่ยังไม่ได้ไหว้เจ้าที่รับช่วงปีใหม่นี้ ลองเอาวิธีที่เรานำมาฝากไปใช้ตามกันดู เพื่อเป็นการเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสบายใจและความศรัทธาว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองและอวยชัยให้เราประสบความสำเร็จ หากแต่ใจเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น และการกระทำเต็มไปด้วยความดีงาม ความสำเร็จย่อมอยู่ตามทุกก้าวย่างเช่นกัน

ทำความรู้จักกับ “คานคอดิน” ส่วนประกอบสำคัญในการสร้างบ้าน

คานคอดิน

การสร้างบ้าน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหลักนั้นมีสิ่งให้ควรคำนึงถึงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้งของบ้าน การออกแบบห้องต่าง ๆ ภายในบ้านตามหลักความเชื่อ การตกแต่งภายใน อีกทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างบ้าน รวมไปถึงโครงสร้างต่าง ๆ ที่สำคัญในการสร้างบ้าน เช่น หลังคา เสาเข็ม พื้น ผนัง และคานคอดิน สิ่งนี้ที่มีคนส่วนน้อยจะรู้จักจนส่งผลให้หลายคนมองข้ามส่วนสำคัญนี้ไป

คานคอดินคืออะไร อยู่ส่วนไหนของบ้าน?

Ground Beam หรือ Grade Beam เป็นชื่อเรียกในภาษาอังกฤษของคานพื้นชั้นที่ 1 บ้างก็เรียกคานพื้นชั้นล่าง โดยมีตำแหน่งอยู่ชั้นบนสุดของโครงสร้างพื้นบ้าน อยู่เหนือเสาตอม่อ ฐานราก และเสาเข็มตามลำดับ เพื่อเป็นการประคองฐานรากไม่ให้เคลื่อนที่จากระดับพื้นดิน มีหน้าที่ในการแบกรับน้ำหนักทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นภายในบ้าน และถ่ายน้ำหนักลงสู่ฐานรากตามระบบที่คำนวณโดยวิศวกร

ไม่ว่าจะเป็นตัวน้ำหนักของบ้านหรือคำศัพท์ทางเทคนิคจะเรียกว่า น้ำหนักบรรทุกคงที่ (Dead Load) และน้ำหนักชั่วคราวที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ภายในบ้านหรือคำศัพท์ทางเทคนิคจะเรียกว่า น้ำหนักบรรทุกจร (Live Load) เช่น คน สัตว์เลี้ยง เครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น คานพื้นชั้นที่ 1 นิยมสร้างโดยใช้โครงสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก

ระดับความสูงของคานพื้นชั้นที่ 1 ถูกแบ่งออกเป็นกี่ระดับ?

คานพื้นชั้นที่ 1 ส่วนมากจะอยู่ที่ระดับคอดิน หรือราบเสมอดิน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คานพื้นชั้นล่างนี้จะต้องอยู่เสมอดินดังชื่อเสมอไป ระดับความสูงของคานชนิดนี้ถูกแบ่งออกไว้ทั้งหมด 3 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 คานพื้นชั้นที่ 1 สูงจากคอดินไม่เกิน 1 เมตร

เป็นระดับที่ไม่แนะนำให้สร้างสักเท่าไหร่ เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับน้ำขังเวลาฝนตก วิศวกรจะออกแบบให้ระดับพื้นดินมีความสูงเสมอกับคานพื้นชั้นที่ 1 ปรับความลึก และความกว้างให้ได้ขนาดสำหรับการประกอบไม้ที่เป็นโครงสร้างด้านซ้าย และด้านขวาเท่านั้น หลังจากนั้นจึงทำการผูกเหล็ก และเทปูนในโครงสร้างเป็นลำดับสุดท้าย

ระดับที่ 2 คานพื้นชั้นที่ 1 สูงจากคอดินเกิน 1 เมตร แต่ไม่เกิน 1.5 เมตร

เป็นระดับที่ไม่จำเป็นจะต้องปรับระดับพื้นดินให้มีความสูงเทียบเท่ากับคานพื้นชั้นล่าง เพื่อให้พื้นที่ภายใต้โครงสร้างบ้านเป็นหลุมโพรง ส่งผลให้ง่ายต่อการเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมโครงสร้างได้อย่างสะดวกสบายในภายหลัง หลังจากนั้นจึงประกอบไม้ที่เป็นโครงสร้างทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่  ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านล่าง หลังจากนั้นจึงทำการผูกเหล็ก และเทปูนในโครงสร้างเช่นเดียวกับระดับที่ 1

ระดับที่ 3 คานพื้นชั้นที่ 1 สูงจากคอดินเกิน 1.5 เมตร

ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสาตอม่อโดยตรง อาจจะทำให้เสียสมดุลในความมั่นคงของโครงสร้างบ้านได้ ดังนั้นถ้าต้องการสร้างคานพื้นชั้นที่ 1 ในระดับนี้ จำเป็นที่จะต้องมีคานทั้งหมด 2 ระดับ ได้แก่ คานระดับพื้นชั้นล่างที่ความสูง 0.5 เมตร และคานระดับความสูง 1.5 เมตร เพื่อเป็นการค้ำตอม่อให้มีความแข็งแรง และประคองฐานรากไม่ให้เคลื่อนที่จากระดับพื้นดิน

จะเห็นได้ว่า คานคอดิน เป็นอีกหนึ่งโครงสร้างที่สำคัญในการสร้างบ้านที่คอยรับน้ำหนักภายในตัวบ้าน ทั้งน้ำหนักบรรทุกคงที่ และน้ำหนักบรรทุกจร เปรียบเสมือนกับรากของต้นไม้ใหญ่ที่มีหน้าที่คอยค้ำจุนให้ลำต้นมีความแข็งแรง และไม่โค่นล้มไปตามแรงลม

เลือกกระถางต้นไม้ให้เหมาะสมกับต้นไม้ไม่ใช่เรื่องยาก

กระถางต้นไม้

การเลือกกระถางต้นไม้ให้เหมาะสมกับชนิดของต้นไม้ที่ต้องการนำมาปลูกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องอาศัยความเข้าใจเพียงเล็กน้อย เพราะว่ากระถางแต่ละประเภท แต่ละรูปทรง แต่ละขนาด ก็มีความเหมาะสมกับต้นไม้ที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะไม้ประดับซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบันรูปทรง และขนาดของกระถางส่งผลเป็นอย่างมากกับการเติบโตของต้นไม้โดยตรง ลองมาดุกันว่ากระถางต้นไม้แบบไหน เหมาะกับต้นไม้อะไร 

ลักษณะของกระถาง 

สำหรับกระถางในรูปแบบปกติที่ใช้กันอย่างแพร่หลายนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 ทรง ได้แก่ 

  • กระถางทรงสูง เป็นกระถางที่มีความสูงของกระถางมากกว่าความกว้างของปากกระถาง 
  • กระถางมาตรฐาน เป็นกระถางที่ความสูงของกระถางเท่ากับความกว้างของปากกระถาง 
  • กระถางทรงเตี้ย เป็นกระถางที่มีความสูงน้อยกว่าความกว้างของปากกระถาง 

กระถางทรงไหนเหมาะกับต้นไม้อะไร 

ลองมาดูกันว่าไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์ที่นิยมปลูกนั้นเหมาะสมกับกระถางรูปทรงอะไรกันบ้าง 

  •  พลูด่าง เป็นไม้เลื้อยที่เหมาะกับกระถางทรงเตี้ย เนื่องจากเป็นไม้ที่มีรากสั้น 
  • ไทรใบสัก ลักษณะของไทรใบสักนั้นเป็นไม้ประดับทรงสูง ทำให้การปลูกนั้นเหมาะสมกับการใช้กระถางมาตรฐาน และกระถางทรงสูง 
  • ฟีโลเดนดรอน ซานาดู ไม้ตระกูลฟีโลนั้นเป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้มีขนาดใหญ่ ทำให้เหมาะสมกับกระถางทรงมาตรฐาน 
  • มอนสเตอร่า สำหรับมอนสเตอร่านั้นเรียกได้ว่าเป็นไม้ประดับประเภทใบยอดนิยม เป็นไม้เลื้อยที่สามารถไปได้สูง ทำให้เหมาะกับกระถางทรงสูง และกระถางมาตรฐาน 
  • ยางอินเดีย ต้นยางอินเดียเป็นไม้ประดับที่มีมาแรง เป็นไม้ทรงสูง รากมีขนาดใหญ่ ทำให้เหมาะกับกระถางมาตรฐาน และกระถางทรงสูง 
  • กวักมรกต ต้นกวักมรกตนั้นเป็นไม้ประเภทอวบน้ำ มีเหง้า และรากสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน กรถางที่เหมาะกับต้นกวักมรกตคือกระถางทรงสูง 
  • ลิ้นมังกร ลิ้นมังกรเป็นอีกหนึ่งไม้ยอดนิยมที่นำมาปลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฟอกอากาศ หรือการเป็นไม้ประดับ ลักษณะต้นเป็นทรงสูง เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางทรงสูง และกระถางมาตรฐาน แต่ถ้าเลือกปลูกเป็นลิ้นมังกรแคระ ก็ควรปลูกในกระถางทรงเตี้ย 
  • บัวบกโขด เป็นไม้โขดอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมมาก เป็นไม้ที่มีรากสั้น อาหารสะสมอยู่ในหัว การปลูกบัวบกโขด หรือไม้โขดอื่นๆ ควรเลือกปลูกด้วยกระถางทรงเตี้ย 
  • แคตตัส สำหรับแคตตัสประเภทต่างๆ ที่เป็นไม้อวบน้ำสามารถปลกได้ในกระถางทุกทรง แต่ควรเลือกกระถางที่มีขนาดเหมาะสมพอดีกับต้นไม้ ไม่ควรใช้กระถางที่มีขนาดใหญ่เกินไป เนื่องจากจะทำให้ความชื้นในดินสะสม 

จะเห็นได้ว่าการเลือกกระถางต้นไม้ประเภทต่างๆ เพื่อนำมาปลูกต้นไม้ที่เราต้องการนั้น ควรเลือกให้เหมาะสม เพราะว่าลักษณะของกระถางจะมีผลต่อการเติบโตของต้นไม้ที่นำมาปลุกนั่นเอง 

เทคนิคการปลูก และดูแลสับปะรดสีให้โตไว ดอก ใบสวย

สัปปะรดสี

เคยไหมกับการที่ปลูกสับปะรดสีแล้วไม่เจริญเติบโตเหมือนที่คิด สีก็ไม่สวย ใบก็ไม่งามไม่เหมือนกับที่เห็นในร้านขายต้นไม้ จนทำให้เกิดความรู้สึกท้อแท้ละเลิกปลูกไป แต่ในความเป็นจริงนั้น เขาเป็นไม้ประดับที่โตช้าทนแล้ง โรคและแมลงรบกวนน้อยมีทั้งที่ปลูกในดินอยู่กลางแจ้งได้ ทั้งแบบรากอากาศอยู่ในที่ร่มร่ำไร สำหรับใครที่อยากเลี้ยงไม้พันธุ์นี้ให้มีใบสวย ออกดอกงาม มาดูเทคนิคเหล่านี้กันดีกว่า

1. สภาพพื้นที่

สภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการปลูกสับปะรดสีนั้น ต้องไม่ชื้นแฉะจนเกินไป ต้องการแสงแดดเพียงพอแต่ไม่ร้อนจัด ควรปลูกในพื้นที่ที่โดดแสงแดดในเวลาครึ่งวันเช้าเพราะแสงและความร้อนกำลังพอดี ไม่ร้อนแรงเท่าช่วงบ่ายและควรเป็นที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ถ้าอุณหภูมิไม่เกิน 35 องศาจะดีมาก ในช่วงฤดูร้อนไม่ควรได้รับแสงแดดโดยตรง เพราะจะทำให้ใบไหม้ได้ ควรทำซาแรนพลางแสงให้ด้วย

2. วัสดุปลูก

ต้องปลูกในวัสดุที่โปร่ง ระบายน้ำและอากาศได้ดี ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความชื้นได้ดีด้วย เช่น มะพร้าวสับ ขี้เลื่อย หินภูเขาไฟ ถ่านโฟม ผสมเข้าด้วยกันได้ สำหรับพวกรากอากาศสามารถเกาะกับขอนไม้หรือต้นไม้โดยตรงได้เลย แต่ควรเลือกตามความเหมาะสมของสายพันธุ์

3. น้ำ

สับปะรดสีจะชอบน้ำที่เป็นกรดอ่อน ๆ ได้แก่น้ำฝน ซึ่งถือว่าน้ำจากธรรมชาติที่เหมาะกับต้นไม้ทุกชนิด เพราะเมือฝนตกต้นไม้ต่าง ๆ จะเจริญเติบโตได้ดี สีสวย ในส่วนของน้ำประปาจะมีคลอรีนควรพักไว้ก่อนนำมารดประมาณ 2 วัน เพราะถ้านำมารด แล้วนำ้ขังที่ใบจะทำให้ใบไหม้เป็นสีน้ำตาลทำให้ไม่สวยงามและเกิดความเสียหายแก่ต้น ในกรณีน้ำบาดาลควรตรวจสอบก่อนเราะถ้าเป็นด่างมากหรือไม่สะอาด อาจทำให้ใบเสียหรือตายได้

4. แสงแดด

ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้สับปะรดสีมีสีสันที่สวยงาม แสงแดดที่เหมาะสมคือความเข้ม 50 – 70 % ในช่วงเวลาไม่เกินเที่ยง เนืองจากเป็นไม้ที่ชอบแสงแดด ถ้าได้รับไม่เพียงพอจะทำให้ใบยืดยาว และสีสันไม่สวยงาม แต่ถ้าได้แสงที่แรงเกินไปจะทำให้ใบไหม้และเกิดความเสียหายได้

5. ปุ๋ย

สามารถให้ปุ๋ยเม็ดละลายช้าได้ทุกสายพันธุ์ ควรให้ใช่ช่วงเย็นเพราะต้นไม้จะนำไปใช้ได้มากที่สุด

ผู้อ่านคงจะได้เทคนิคการปลูก และดูแลสับปะรดสีให้โตไว ดอก ใบสวยกันแล้ว ถ้าทำวิธีการตามได้ผลดีอย่างแน่นอน สับปะรดสีมีใบหลายสีชวนมอง วางประดับไว้ที่ไหนมองแล้วก็ชื่นใจทุกครั้ง ยิ่งถ้าได้ลงมือปลูกเองล่ะก็ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจ และสามารถนำมาต่อยอดเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย

ขายต้นไม้ออนไลน์ ธุรกิจที่เติบโตได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ขายต้นไม้ออนไลน์

อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองในปัจจุบันคือธุรกิจ “ขายต้นไม้ออนไลน์” ที่เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจออนไลน์รูปแบบใหม่ซึ่งเกิดขึ้นมารับกระแสความนิยมในการปลูกต้นไม้ประดับบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

โดยธุรกิจขายต้นไม้ออนไลน์นั้นสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง Social Distancing เพื่อป้องกันการติดต่อของ Covid – 19 รวมไปถึงความสะดวกในเรื่องอื่นๆ ของลูกค้านั่นเอง ลองมาดูกันว่าธุรกิจขายต้นไม้ออนไลน์นั้นมีความน่าสนใจเพียงใด 

การเริ่มต้นขายต้นไม้ออนไลน์ 

สิ่งแรกสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาในธุรกิจขายต้นไม้ออนไลน์ควรทำเป็นสิ่งแรกคือการหาความรู้ในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้นๆ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้

เพราะถ้าเริ่มธุรกิจด้วยความไม่รู้จริงก็เหมือนกับการเผาเงินเล่นนั่นเอง โดยสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการขายต้นไม้ออนไลน์ก็มีในเรื่องของความรู้ในเรื่องของพันธุ์ไม้ที่ต้องการ และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ความรู้เรื่องแหล่งวัตถุดิบ ความรู้ในเรื่องการค้าขายออนไลน์ การจัดการสินค้า การส่งสินค้า ภาษี การบริหารเงินทุน เป็นต้น 

เลือกประเภทของการขายต้นไม้ออนไลน์ที่เหมาะสม 

การขายต้นไม้ออนไลน์นั้นสามารถแบ่งประเภทของผู้ขายได้เป็น 2 ประเภท คือ 

  • ประเภทที่เพาะต้นไม้ขายเอง นั้นเป็นการขายสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องของพันธุ์ไม้ต่างๆ เป็นอย่างดี ส่วนมากผู้ขายในกลุ่มนี้จะเป็นผู้ขายแบบ Offline มาก่อน แล้วพัฒนามาเป็นผู้ขายออนไลน์ 
  • ประเภทที่รับมาขาย ผู้ขายในประเภทนี้ส่วนมากจะเป็นผู้ขายต้นไม้ออนไลน์รายใหม่ ที่มองเห็นโอกาสในธุรกิจ ไม่ต้องลงทุนสูง รายได้มาจากส่วนต่างของราคาที่ซื้อมาได้ราคาถูกจากฟาร์มต้นไม้นั่นเอง ซึ่งผู้ขายรูปแบบนี้หลายๆ รายจะพัฒนามาเป็นผู้เพาะต้นไม้ขายในอนาคต 

ควรขายต้นไม้ประเภทไหน 

การขายต้นไม้ออนไลน์นั้นเรียกได้ว่าไม่มีความตายตัวของพันธุ์ไม้ที่นำมาขาย เป็นการขายต้นไม้ตามเทรนด์ซึ่งได้รับความนิยมในระยะเวลานั้นๆ แต่ภาพรวมในการขายจะหนีไม่พ้นไม้ดอก ไม้ประดับขนาดเล็ก อย่างเช่นกระบองเพชร โมกแคระ ยางอินเดีย หรือไม้ประดับประเภทอื่นๆ  โดยราคาขายจะตั้งตามความนิยม ขนาดของกระถาง หรือความสูงของต้นไม้นั่นเอง

ขายต้นไม้ออนไลน์อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

การขายต้นไม้ออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เพียงแค่ขายต้นไม้อย่างเดียว แต่ต้องพึงระลึกไว้ว่าการขายต้นไม้ออนไลน์นั้นเป็นการขาย “Life Style” ไม่ใช้ขายให้เกษตรกรไปเพาะปลูก การที่จะให้ธุรกิจอยู่ในกระแสได้นั้นต้องขายต้นไม้ที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังต้องเป็นต้นไม้ที่อยู่ในกระแส

อีกทั้งยังต้องมีสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน เช่นของประดับสวน ปุ๋ย ยาบำรุง เครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการปลูกต้นไม้ อีกทั้งยังต้องรู้วิธีการจัดการเรื่องต่างๆ ในโลกของการค้าขายออนไลน์เพื่อให้ร้านของเรานั้นเป็นที่สนใจ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย 

จะเห็นได้ว่าการขายต้นไม้ออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จได้นั้นต้องเน้นในหลายๆ เรื่องไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของต้นไม้อย่างเดียว เพราะการขายต้นไม้ออนไลน์นั้นคือการขาย “Life Style”